.jpg)
5 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ของพรีเมี่ยมถูกวางทิ้ง
ของพรีเมี่ยมเป็นมากกว่าของแจก เพราะเป็นตัวแทนของแบรนด์ที่ช่วยสร้างการจดจำและความประทับใจให้กับลูกค้า แต่หลายองค์กรกลับพบว่าของพรีเมี่ยมที่ลงทุนผลิตกลับ
ไม่ได้ถูกใช้งานจริง บางชิ้นถูกเก็บไว้ในลิ้นชัก บางชิ้นถูกส่งต่อ หรือถูกทิ้งในเวลาไม่นาน ซึ่งทำให้สูญเสียงบประมาณและโอกาสในการสื่อสารแบรนด์ไปอย่างน่าเสียดาย
1. เลือกสินค้าที่ไม่มีประโยชน์ต่อผู้รับ
ของพรีเมี่ยมที่ขาดประโยชน์ใช้สอยมักถูกมองข้ามทันที แม้ว่าจะมีดีไซน์สวยงามก็ตาม เช่น พวงกุญแจรูปทรงแปลก ของตกแต่งโต๊ะที่ไม่จำเป็น หรือของชิ้นเล็กที่ไม่มีฟังก์ชันใช้งานจริง
2. ไม่ศึกษาความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
ของพรีเมี่ยมที่ดีควรสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้รับ หากแจกสินค้าที่ไม่ตรงกับความสนใจหรือรูปแบบการใช้ชีวิต โอกาสถูกวางทิ้งก็จะสูงขึ้น
ตัวอย่างเช่น หากกลุ่มเป้าหมายเป็นพนักงานออฟฟิศ สินค้าอย่างสมุดโน้ต ปากกาคุณภาพดี แท่นวางโทรศัพท์ หรือแก้วเก็บอุณหภูมิ จะมีโอกาสถูกใช้งานมากกว่าของตกแต่งทั่วไป
ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่อาจให้ความสำคัญกับอุปกรณ์เทคโนโลยีหรือสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
3. คุณภาพสินค้าไม่ดี
แม้สินค้าจะดูน่าสนใจ แต่หากใช้งานได้ไม่นานก็เสียหาย ความรู้สึกที่ผู้รับมีต่อแบรนด์อาจลดลงได้ทันที ตัวอย่างเช่น ปากกาหมึกขาดง่าย กระบอกน้ำรั่วซึม ร่มที่พังหลังใช้งานไม่กี่ครั้ง
หรือสายชาร์จที่ชาร์จไม่เข้า สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงทำให้สินค้าถูกทิ้ง แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์อีกด้วย
4. ใส่โลโก้หรือข้อความโฆษณามากเกินไป
หลายองค์กรต้องการให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ จึงพิมพ์โลโก้ขนาดใหญ่หรือข้อความโฆษณาเต็มพื้นที่สินค้า ส่งผลให้ของพรีเมี่ยมดูเหมือนสื่อประชาสัมพันธ์มากกว่าสินค้าที่น่าใช้งาน
การออกแบบที่เรียบง่าย ทันสมัย และใส่โลโก้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผู้รับเต็มใจนำสินค้าไปใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า
5. มองแค่ราคาถูก ไม่มองคุณค่า
การเลือกของพรีเมี่ยมจากราคาที่ต่ำที่สุดอาจช่วยประหยัดงบประมาณในระยะสั้น แต่หากสินค้าถูกวางทิ้งตั้งแต่วันแรก ก็ถือว่าไม่เกิดผลลัพธ์ทางการตลาดใด ๆแทนที่จะเลือกของ
ราคาถูกจำนวนมาก อาจเปลี่ยนเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและใช้งานได้จริง เช่น แก้วเก็บความเย็น กระเป๋าผ้าเกรดดี แฟลชไดรฟ์ หรืออุปกรณ์ไอทีที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ซึ่งสามารถสร้าง
ความประทับใจและเพิ่มการจดจำแบรนด์ได้ในระยะยาว
สรุป
ของพรีเมี่ยมที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องมีราคาสูง แต่ต้องเป็นสินค้าที่มีคุณค่า ใช้งานได้จริง มีคุณภาพ และเหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย เมื่อผู้รับหยิบสินค้าเหล่านั้นมาใช้อยู่เสมอ แบรนด์ก็จะได้รับการจดจำอย่างต่อเนื่อง และคุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุนไปมากที่สุด